เช้าวันนี้ เวลา 09.30 น. วันนี้ (17 กันยายน) นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฏร เรียกประชุมเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แทนนายสมัคร สุนทรเวช ที่พ้นจากตำแหน่งไป โดยพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรค คือ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคมัชฌิมาฯ และพรรคประชาราช จะเสนอชื่อ "นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์" รักษาการนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่    

          ทั้งนี้ บรรยากาศที่สภาฯ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอชื่อ "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน ได้เสนอชื่อ "นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์" รักษาการนายกรัฐมนตรีและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นนายกรัฐมนตรี 

          ผลคะแนนโหวตปรากฎว่า นายสมชาย ได้ 298 คะแนน นายอภิสิทธิ์ ได้ 163 คะแนน งดออกเสียง 5 คะแนน มีผู้เข้าประชุมทั้งหมด 466 คน โดยนายสมชายได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่ง จึงถือว่านายสมชาย ได้รับความเห็นชอบตามมติของสภาฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของไทย 

          ทั้งนี้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ออกมากล่าวขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลที่ลงคะแนนเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกันนี้นายสมชายได้เดินไปจับมือ นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ท่ามกลางการร่วมยินดีของ ส.ส. ในพรรค

          ขณะที่ม็อบหนุนพรรคพลังประชาชนต่างเฮแสดงความดีใจ ทางด้านกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อรู้ข่าวต่างก็แสดงอาการยี้ กับการได้เป็นนายกรัฐมนตรีของ "นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์"

          อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายสมชาย ได้รับเสียงติติงมากมาย โดยเฉพาะสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี  ซึ่งถูกรัฐประหารยึดอำนาจไป โดยนายสมชาติมีภรรยา คือ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นน้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ อีกทั้งภรรยาของเขายังเป็นหนึ่งในแกนหลักของกลุ่มวังบัวบาน มุ้งใหญ่ ส.ส.ทางเหนือของพรรคไทยรักไทย ทำให้เกิดข้อครหาว่าการขึ้นดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศครั้งนี้ เป็นเพราะ "ภรรยา" อุ้มสม!!

          สิ่งที่จะต้องจับตาต่อไป คือ วาจาของว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 26 นี้ จะกระทำตามที่ได้ลั่นเอาไว้หรือไม่ หลังจากที่ท่านได้ออกมาระบุว่า "แม้จะมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯ แต่ยืนยันจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางคดีใดๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว" … ซึ่งเรื่องนี้เราคงต้องติดตามกันต่อไปค่ะ 

         



ประวัติ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์


นายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์ เกิดเมื่อวันที่  31 สิงหาคม 2490

          - รองนายกรัฐมนตรี

          - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

          - รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน


ครอบครัว

          - สมรสกับ  นางเยาวภา  วงศ์สวัสดิ์  มีบุตร 3 คน

                    1. นายยศธนัน  วงศ์สวัสดิ์

                    2. นางสาวชินณิชา  วงศ์สวัสดิ์

                    3. นางสาวชยาภา  วงศ์สวัสดิ์


ประวัติการศึกษา

- ปี 2513        นิติศาสตร์บัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

- ปี 2516        เนติบัณฑิตไทย (นบท.) สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

- ปี 2539        ปริญญาบัตร หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร

                      วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 38

- ปี 2545        รัฐประศาสนศาสตร์ มหาบัณฑิต หลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิต  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


ประวัติการทำงาน (รวมประสบการณ์การทำงานทางการเมือง)

- ปัจจุบัน              รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน
                       
                          กรรมการเนติบัณฑิตไทยสภาในพระบรมราชูปถัมภ์

- มี.ค.-ก.ย.49       ปลัดกระทรวงแรงงาน

- พ.ย.42-มี.ค.49   ปลัดกระทรวงยุติธรรม

- ปี 2541            รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

- ปี 2540            ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 2

- ปี 2536            ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

- ปี 2533            ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาธนบุรี

- ปี 2532            ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนนทบุรี

- ปี 2531            ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี

- ปี 2530            ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง

- ปี 2529            ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพังงา

- ปี 2526            ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงราย

- ปี 2520            ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่

- ปี 2519            ผู้พิพากษาศาลแขวงเชียงใหม่

- ปี 2518            ผู้พิพากษาประจำกระทรวง

- ปี 2517            ผู้ช่วยผู้พิพากษา กระทรวงยุติธรรม

- ปี 42- 49          ประธานกรรมการ สภาวิจัยแห่งชาติสาขานิติศาสตร์

                          ประธานการมการ ตรวจสอบทรัพย์สินผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ 

                          กรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 

                          กรรมการ บริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) 

                          กรรมการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 

                          กรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 

                          กรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 

                          กรรมการ บริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) 

                          กรรมการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) 

                          กรรมการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) 

                           กรรมการ คณะกรรมการกฤษฎีกา 

                          กรรมการ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) 

                          กรรมการ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) 

                          กรรมการ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) 

                          กรรมการ คณะกรรมการอัยการ (กอ.) 

                          กรรมการ คณะกรรมการตุลาการ 

                          กรรมการ คณะกรรการข้อมูลข่าวสารแห่งชาติ 

                          กรรมการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล         


 เครื่องราชย์อิสริยาภรณ์

- ปี 2542        เหรียญจักรพรรติมาลา (จ.ม.ร.)

- ปี 2540        มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

- ปี 2535        มหาวชิรมงกุฎไทย(ม.ว.ม.)

- ปี 2532        ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)

- ปี 2529        ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)

- ปี 2527        ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.)

- ปี 2523        ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.)

 

 เมื่อวานนี้ (13 กันยายน) สำนักข่าวเกียวโดอ้างนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า กัมพูชาอาจนำกรณีพิพาทกับไทยในประเด็นพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหาร ขึ้นฟ้องศาลโลกที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ หรือเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 

          นายฮุนเซนกล่าวขณะเปิดการประชุมคณะรัฐมนตรีรายสัปดาห์ที่กรุงพนมเปญวานนี้ว่า กัมพูชาควรเตรียมพร้อมอย่างดีและจัดเตรียมเอกสารให้เรียบร้อย เพราะไม่มีแนวโน้มที่จะสามารถหลีกเลี่ยงการยื่นฟ้องต่อศาลได้ หรือถ้าสถานการณ์ย่ำแย่กว่านั้น ก็จะต้องกลับไปยังคณะมนตรีความมั่นคง 

          กัมพูชายื่นเรื่องสู่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม เพื่อขอให้มีการจัดประชุมฉุกเฉินกรณีมีการส่งกำลังทหารของไทยและกัมพูชาเข้าสู่บริเวณชายแดนในพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหาร แต่ถอนเรื่องดังกล่าวหลังจากนั้น 2 วัน หลังจากไทยตกลงจัดการประชุมหารือแก้ข้อขัดแย้งดังกล่าว 

          นายฮุนเซนกล่าวว่า กัมพูชาใช้ความอดกลั้นอย่างที่สุดแล้ว ท่ามกลางการรุกรานอย่างโจ่งแจ้งของทหารไทยเข้าสู่ดินแดนกัมพูชา โดยระบุว่า กองกำลังของไทยรุกล้ำสถานที่หลายแห่งตามแนวชายแดนที่ติดกับไทยยาว 800 กิโลเมตร ก่อนหน้านี้ กัมพูชาและไทยมีกำหนดประชุมหารือการปรับกำลังทหารบริเวณปราสาทพระวิหารเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ฝ่ายไทยแจ้งขอเลื่อนการประชุมเนื่องจากมีปัญหาทางการเมืองภายในประเทศ 

          ทั้งนี้ นายเขียว กันหะริด โฆษกรัฐบาลกัมพูชา เพิ่งให้สัมภาษณ์สำนักข่าวดีพีเอทางโทรศัพท์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า กัมพูชาพร้อมที่จะรอจนกว่าความวุ่นวายทางการเมืองของไทยจะสงบลง และรื้อฟื้นการเจรจาเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อน โดยระบุว่า ข้อพิพาทดำเนินมา 100 ปีแล้ว รอไปอีกไม่กี่สัปดาห์ก็ไม่น่าจะเสียหาย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ธนาคารโลกและบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ หรือ International Finance Corp. (ไอเอฟซี) ได้แถลงผ่านระบบเทเลคอนเฟอร์เรน จากกรุงวอชิงตันดีซี ประเทศสหรัฐมายังประเทศไทย จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ถึงการจัดอันดับความยากง่ายในการดำเนินธุรกิจ ประจำปี 2552 (Doing Business 2009) 

         โดย ไอเอฟซี ระบุข้อมูลเดือนกรกฎาคม 2550 – มิถุนายน 2551 ธนาคารโลกและไอเอฟซี ได้จัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่สะดวกในการประกอบธุรกิจอันดับที่ 13 จาก 181 ประเทศทั่วโลกและเป็นลำดับที่ 4 ในเอเชีย ดีขึ้นจากการสำรวจครั้งที่แล้วที่อยู่อันดับ 19 

         ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ครองตำแหน่งประเทศที่ง่ายที่สุดต่อการทำธุรกิจ 3 ปีซ้อน อันดับ 2 นิวซีแลนด์ อันดับ 3 สหรัฐ อันดับ 4 ฮ่องกง และจีน อันดับ 5 เดนมาร์ก 

         นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า เหตุผลที่ประเทศไทยได้เลื่อนอันดับมา 6 ลำดับ เนื่องจากมีการยกระดับการให้บริการ ลดค่าธรรมเนียม และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการยื่นเอกสารชำระภาษีทางอินเทอร์เน็ต ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่มีรายได้ 1.2 ล้านบาท หรือน้อยกว่า 1.2 ล้านบาท แก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อป้องกันสิทธิ์ของผู้ถือหุ้นรายย่อย ลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์และลดภาษีธุรกิจบางประเภท จากร้อยละ 6.3 เหลือร้อยละ 1.1 การใช้ระบบอีคาสตอมมาใช้กับการนำเข้าและส่งออกสินค้า ทำให้มีความรวดเร็วในระบบศุลกากรมากขึ้น 

         สำหรับการจัดอันดับดังกล่าวจัดขึ้นประจำทุกปี โดยมีดัชนีชี้วัด 10 ด้าน คือ การเริ่มต้นธุรกิจ การขออนุญาตก่อสร้าง การจ้างงานและเลิกจ้าง การจดทะเบียนทรัพย์สิน การได้รับสินเชื่อ การคุ้มครองผู้ลงทุน การชำระภาษี การค้าระหว่างประเทศ การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง และการปิดกิจการ ทั้งนี้ไม่ได้รวมผลกระทบจากปัญหาการเมืองของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่นักลงทุนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะมีผลต่อการลงทุนอย่างไร 

         นางสาวกิริฎา กล่าวอีกว่า ประเทศจีนได้ปรับปรุงกฎระเบียบของภาครัฐมากมาย โดยเฉพาะการลดขั้นตอนการกู้เงินเพื่อทำธุรกิจ การชำระภาษี ขณะที่ประเทศไทย กัมพูชา และมาเลเซีย ก็มีการลดขั้นตอนทางธุรกิจ ทั้งการจดทะเบียนธุรกิจ จดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ ตามหลังประเทศจีนมาติด ๆ และประเทศที่เป็นผู้นำของโลกในเรื่องการลดขั้นตอนทางราชการปีนี้ คือ อาร์เซอร์ไบจัน ปฏิรูปกฎระเบียบถึง 7 หมวด จากทั้งหมด 10 หมวด



ขอขอบคุณข้อมูลจาก